ฉบับนี้จะกล่าวถึงการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกบนโลกใบเดียวกันนี้ แต่มิใช่การอยู่ร่วามกันของมนุษย์ต่างเชื้อชาติ หรือศาสนา แต่เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าภายในระบบนิเวศเดียวกันอย่างสมดุล
ปัจจุบันพื้นที่ป่าในประเทศนั้นเหลืออยู่น้อยมาก และรอบ ๆ ผืนป่าที่มีพื้นที่เหลืออยู่น้อยนั้น ย่อมมีชุมชน หมู่บ้าน หรือคนอาศัยอยู่รอบ ๆ ซึ่งแน่นอน ไม่มีรั้วกั้นขอบเขตชัดเจนระหว่างพื้นที่ทั้งสอง จึงมักเกิดปัญหาระหว่างกันเรื่อยมา เช่น ปัญหาการเข้าล่าสัตว์ป่า การเข้าหาของป่า การบุกรุกพื้นที่ป่า การตัดไม้ทำลายป่า ไฟป่า การใช้สารเคมีในการเกษตร การใช้ไฟฟ้าช็อต การวางยาเบื่อ และการเลี้ยงสัตว์ปศุสัตว์ทั้งในและนอกป่าล้วนทำให้เกิดการรบกวนระบบนิเวศและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าถึงแม้นว่าในบางกรณีอาจเกิดขึ้นโดยที่มิได้เจตนาก็ตาม จึงทำให้เกิดปัญหาสัตว์ป่าได้รับบาดเจ็บ หรือล้มป่วย สัตว์ป่าออกมาทำลายทรัพย์สิน และแหล่งเกษตรกรรมของชาวบ้าน รวมไปถึงปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะขยายเป็นวงกว้าง นั้นก็คือปัญหาการเกิดโรคติดต่อระหว่างคน ปศุสัตว์ และสัตว์ป่า
โรคระบาดสัตว์ป่า
โรคระบาดสัตว์ป่า ก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการ เช่น เกิดการเจ็บป่วยและการตายของสัตว์ป่า อันจะเป็นการลดความหลายหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องกับสมดุลนิเวศของพื้นที่ ผลอีกอันหนึ่งคืออาจเกิดระบาดมาสู่สัตว์เลี้ยงอันเป็นทรัพย์สมบัติของประชาชน และมีผลกระทบถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากเป็นโรคที่คนห้ามการส่งออกซึ่งผลิตภัณฑ์สัตว์ ที่สำคัญที่สุดอาจเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องเสียการเสียงานจนถึงเสียชีวิตได้
โรคระบาดอุบัติใหม่ หรืออุบัติซ้ำในสัตว์ป่า มีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น การดัดแปลงเปลี่ยนสภาพแวดล้อมโดยมนุษย์หรือโดยธรรมชาติก็ตาม หรือการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ การเคลื่อนย้ายที่อาศัยของสัตว์ก่อโรค-อมโรค โดยมนุษย์ โดยธรรมชาติหรือการกลายพันธุ์ของเชื้อก่อโรค และความสามารถในการค้นพบโรคที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ทำให้ปัจจุบันมีการค้นพบโรคระบาดในสัตว์ป่าขึ้นมามากอย่างผิดหูผิดตา ซึ่งการระบาดมักเกิดมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน ทำให้ยากแก่การควบคุม
โดยนิยามของ
โรคประจำถิ่น(Endemic Diseases) คือ โรคที่มีอยู่ในพื้นที่มานานแล้วและประชากรสัตว์สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับโรคได้อย่างสมดุล ไม่เกิดการเจ็บป่วยหรือการตายอย่างผิดสังเกต
โรคอุบัติใหม่(Emerging Diseases)คือโรคที่ไม่เคยพบมาก่อนในพื้นที่นั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสมดุลนิเวศได้
โรคอุบัติซ้ำ (Re-emerging Diseases)คือ โรคที่เคยพบมาก่อน ต่อมาไม่พบ และมาพบอีกครั้ง สามารถก่อให้เกิดผลกระทบได้คล้ายโรคอุบัติใหม่ หรือโรคประจำถิ่นได้ ดังนั้น ประชาชนผู้อาศัยอยู่รอบ ๆ พื้นที่ป่า จะมีความเกี่ยวเนื่องกับสัตว์ป่าได้ในหัวเรื่องของ
1. โรคสัตว์ป่าติดไปมายังคน
2. โรคที่ติดไปมาระหว่างสัตว์ป่ากับสัตว์ปศุสัตว์
3. ผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมจากคนไปในเขตพื้นที่ป่า
4. ผลกระทบ การรบกวนจากสัตว์ป่าออกมายังพื้นที่ครอบครองของมนุษย์
โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นกับกรณีคนที่ติดโรคจากสัตว์เลี้ยง เช่น โรคพิษสุนัขบ้า วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ แต่กรณีที่คนอยู่รอบ ๆ ป่านั้นมักจะเกิดการติดต่อโรคจากสัตว์ป่าได้เช่นกัน และดูท่าจะรุนแรงกว่าโรคที่ติดจากสัตว์เลี้ยงเสียด้วยซ้ำไป เช่น เอดส์ ไข้สมองอักเสบ ไข้มาลาเรีย เป็นต้น ดังนั้นเรามาดูว่าช่องทางใดบ้างที่จะทำให้เรามีโอกาสติดโรคได้จากสัตว์ป่า
การได้รับเชื้อจากสัตว์ป่า มีหลายช่องทาง เช่น
1. การบริโภคสัตว์ป่า ช่องทางนี้น่ากลัวที่สุด เพราะสัตว์ป่าเป็นแหล่งโรคทั้งนั้นเพียงแต่โรคเหล่านั้นที่อยู่ในตัวสัตว์ป่าไม่ทำให้สัตว์ป่าป่วย แต่เมื่อใดที่โรคเหล่านี้มาอยู่ในตัวคนแล้ว มักทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย หากเปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารระหว่างเนื้อสัตว์ป่าและเนื้อสัตว์อื่น ๆ เช่น หมู ไก่ เป็ด และวัว นั้นไม่แตกต่างกันเลยแต่การบริโภคเนื้อสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารจะปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีโรคต่าง ๆ ปนอยู่จึงมักมีข่าวอยู่บ่อย ๆ ถึงชาวบ้านที่บริโรคเนื้อสัตว์ป่าแล้วทำให้เกิดการเจ็บป่วยบ้างช่วยทันก็รอด บ้างช่วยไม่ทันก็ตาย
2. การรับเชื้อเข้าทางปาก หรือทางเดินหายใจโดยบังเอิญ เชื้อโรคจากสัตว์ป่าบางชนิดอาจอยู่ได้คงทนในสิ่งแวดล้อม อาจเกิดการปนเปื้อนมากับของใช้ และวัสดุต่าง ๆ ได้ หรือล่องลอยอยู่ในอากาศ
3. การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีพาหะนำโรค ในพื้นที่บางแห่งที่มีการท่องเที่ยวก็อาจมีพวกหนู แมลงสาบ หรือสัตว์พาหนะต่าง ๆ ซึ่งสัตว์พวกนี้เป็นทั้งตัวเก็บโรคและตัวแพร่โรคได้
4. การจับต้องสัตว์ป่า-ซากสัตว์ป่า เนื้อเยื่อสัตว์ สิ่งคัดหลั่งมูลสัตว์ การชำแหละเปิดซากสัตว์ป่า เป็นโอกาสเสี่ยงมากที่สุดที่จะได้รับโรค เพราะเป็นการสัมผัสเชื้อโดยตรง
5. การติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมในป่าธรรมชาติ จะควบคุมสมดุลด้วยตัวของมันเองและเมื่อใดที่มนุษย์เข้าไปรุกล้ำ หรือทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล โอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังคนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
6.การได้รับเชื้อจากบุคคลอื่นที่สัมผัสเชื้อมา โรคติดต่อสามารถติดต่อได้ทั้งจากสัตว์ป่าสู่คน และเมื่อคนติดแล้วก็สามารถแพร่กระจายติตต่อไปสู่คนอื่น ๆ ได้เช่นกันดังนั้น เมื่อเกิดการระบาดทึ่แพร่ะกระจายเป็นวงกว้าง ผลสุดท้ายจะทำให้เกิดการล้มตายของผู้คนเป็นจำนวนมาก เช่น การเกิดโรคอีโบล่า และโรคไข้เลือดออกของชาวแอฟริกัน ทำให้เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก

ระดับความรุนแรงของการติดต่อ คือ
1. ติดต่อคนได้ ทำให้เกิดโรคเล็กน้อย
2. ติดต่อคนได้ ทำให้เกิดโรครุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล
3. ติดต่อคนได้ ทางการสัมผัสโดยตรงทำให้เสียชีวิต
4. ติตต่อทางลมหายใจ ทำให้เสียชีวิต
*เรื่องสำคัญที่ต้องจำไว้คือ สัตว์อาจไม่มีอาการป่วยให้เห็น หรือมีเพียงเล็กน้อย แต่ก้มีเชื้อโรคที่สามารถติดต่อได้
ดังนั้นในรอบแนวเขตอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์ฯ ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ อาจมีปัญหาการแพร่ระบาดโรคไปมาระหว่างสัตว์บ้านกับสัตว์ป่า ทั้งโดยตรงและผ่านพาหะ ประชาชนผู้อาศัยอยู่รอบแนวเขต ควรมีความเข้าใจและการจัดการที่ดีในการควบคุมพื้นที่ ควบคุมโรคในสัตว์ของตัวเอง เพราะในสัตว์เลี้ยงการจัดการตัวสัตว์น่าจะทำได้ง่ายกว่าสัตว์ป่า ทั้งสัตวแพทย์เองเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ หรือกรมป่าไม้ เกษตรผู้เลี้ยงสัตว์ และชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ ป่า อาจประสานงานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับข้อมูลการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคต่าง ๆ จัดโปรแกรมฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพปศุสัตว์ด้วยกัน เพื่อเข้าทำเวชกรรมป้องกันในสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่
1. การจำกัดบริเวณไม่ให้รุกล้ำเข้าป่า โดยการแบ่งหรือกำหนดพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์เลี้ยงให้ชัดเจน สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้สัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอ
2. การทำวัคซีนป้องกันโรคโดยการประสานความร่วมมือกับสำนักปศุสัตว์จังหวัดในแต่ละพื้นที่
3. การรายงานโรคที่สงสัยว่าเป็นโรคระบาด และการควบคุมโรคเมื่อเกิดโรคระบาดในสัตว์เลี้ยง
4. การควบคุมพาหะของโรค เช่น แมลงวัน ยุง หนู โดยมีผลตกค้างกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งก็หมายถึงการใช้พืชสมุนไพร หรือภูมิปัญญาชาวบ้านกำจัด และหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้สารเคมี ก็ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการอย่างเคร่งครัด
5. จัดทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อระหว่างปศุสัตว์และสัตว์ป่าได้
เท่านี้คงไม่พอ ถึงแม้ว่าจะมีการดำเนินการป้องกันที่ตัวสัตว์ป่าแล้ว แต่หากประชาชนที่อยู่รอบ ๆ ป่าไม่ดูแลตัวเองให้ดี การป้องกันนั้นก็คงไม่บังเกิดผล ดังนั้นพฤติกรรมประจำวันของประชาชนที่อยู่รอบ ๆ ป่าก็เป็นสิ่งจำเป็น และทำได้ทันทีโดยต้องมีการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย มีสติ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดหรือหลีกเหลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่สำส่อนทางเพศ
พฤติกรรมเชิงสังคม เช่น วิธีการดูแลตัวเอง เมื่อเกิดการเจ็บป่วย โดยการปรึกษาหมอ หรืออุปนิสัยความละเอียดรอบคอบ ระแวดระวังในการทำงาน การมีสติเตือนตน
โรคติดต่อระหว่างปศุสัตว์และสัตว์ป่า 
ปัจจุบันพื้นที่รอบ ๆ เขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ล้อมรอบไปด้วยชุมชน โดยชุมชนต่าง ๆ นั้นก็จะมีการเลี้ยงสัตว์ ปศุสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัน ควาย ไก่เป็ด หรือแม้กระทั้งสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และ แมว เป็นต้น เพราะฉะนั้นโอกาสเสี่ยงที่โรคระบาดหรือโรคติอต่อต่าง ๆ ที่อยู่ในสัตว์ดังกล่าวอาจติดมาสู่สัตว์ป่า หากเลี้ยงดูอย่างไม่ดี ไม่มีการทำเวชกรรมการป้องกันที่ดี
ยกตัวอย่าง เช่น การเลี้ยงวัวแบบปล่อยอิสระและกรเลี้ยงในพื้นที่ตามแนวเขตเช่นนี้ อาททำให้การควบคุมโรคระบาดและการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง และอาจเกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์เลี้ยงสู่สัตว์ป่าในพื้นที่ได้ เช่น ช้างป่า กระทิง เก้ง กวาง เสือ เป็นต้น เนื่องจากสัตว์มีการใช้พื้นที่อาศัย แหล่งน้ำ แหล่งอาหารเดียวกัน หรือใกล้ชิดกันกับสัตว์ป่า ดังนั้นโอกาสที่เชื้อโรคต่าง ๆ ในสัตว์เลี้ยงจะสามารถติดต่อสู่สัตว์ป่าจึงมีโอกาศเสี่ยงมาก ดังเช่นในหลาย ๆ พื้นที่
โรคติดต่อระหว่างปศุสัตว์สู่สัตว์ป่าที่ควรเฝ้าระวัง
โรคในสัตว์ใหญ่
1. โรคปากเท้าเปื่อย
2. โรคแอนแทรกซ์
3. โรคบรูเซลโลซิส
4. โรคเฮโมรายิก เซพติกซีเมีย
5. โรควัณโรค 
6. โรคพาราทูเบอร์คูโลซิล
7. โรคพยาธิต่าง ๆ เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวกลม
โรคในสัตว์เล็ก
1. โรคไข้สมองอักเสบ
2. โรคอหิวาต์สุกร
3. โรคบิดมูกเลือดในสุกร
4. โรคพยาธิไส้เดือน
5. โรคกลัวน้ำ
โรคในสัตว์ปีก
1. โรคหลอดลมอักเสบติดต่อ
2. โรคนิวาคาสเซิล
3. โรคไวรัสตับอักเสบ
4. โรคไวรัสไข้หวัดนก
5. โรคซัลโมเนลโลซีล
6. โรคอหิวาติเป็ดไก่
7. โรคบิด
ในกรณีการเกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า(Human animal conflict) อาจเริ่มจากการระบุบ่งชี้จุดที่เกิด และกิจกรรมที่เกิดเป็นปัญหา เพื่อศึกษาหากลไกการเกิดปัญหาหาวิธีควบคุมสัตว์ป่า และปรับเปลี่ยนกิจกรรมคน โดยความเข้าใจในกฎหมาย การพยายามเข้าใจกันและกัน การชดเชยพยาพยามอย่าให้เกิดความขัดแย้งจนเป็นความรุนแรง เช่น การวางยาเบื่อ การช็อตไฟฟ้า การทำกับดัก หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน ส่วนในเรื่องปัญหาความขัดแย้งอื่น ๆ นั้นมีความสำคัญที่ไม่ด้วอยไปกว่ากัน และผมพอจะมีแนวทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ในภาพรวมดังนี้ ได้แก่
หากเกิดปัญหาเรื่องการล่าสัตว์ หาของป่า บุกรุกพื้นที่ป่า บุกรุกพื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรมมากในพื้นที่ ก็อาจส่งเสริมให้ชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพ หรือทำอาชีพเสริมต่าง ๆ เช่นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ส่งเสริมการปลูกพื้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโรค เป็นต้น ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ก็แล้วแต่สภาพพื้นฐานของแต่ละพื้นที่
หากเกิดปัญหาสัตว์ป่าลงมาทำลายพืชไร่ เกษตรกรต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมสัตว์ป่าถึงออกมานอกพื้นที่มาในแหล่งอุตสาหกรรม หรือชุมชน อาจเนื่องมาจากการรบกวนที่อยู่สัตว์ป่า การล่าสัตว์ป่า กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เข้าไปในป่า พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนแปลงเป็นแหล่งเกษตรกรรม แหล่งน้ำแหล่งอาหารของสัตว์ป่าไม่เพียงพอ และช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นต้น
เมื่อเราทราบสาเหตุแล้ว ก็ให้แก้ปัญหาที่สาเหตุ เช่นเพิ่มพื้นที่ เพิ่มแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้สัตว์ป่า ปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ที่รบกวนสัตว์ป่า สร้างทัศนคติที่ดีต่อสัตว์ป่า และเมื่อหากดำเนินการต่าง ๆ แล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ก็น่าจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส โดยการจัดทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้คนได้ดูสัตว์ป่า แต่ต้องไม่เป็นการรบกวนสัตว์ป่า ส่วนความเสียหายที่กิดขึ้น เช่น ทรัพย์สินเสียหาย แหล่งเกษตรกรรมถูกทำลาย ทางองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่นั้น ๆ ถือว่าเป็นภัยธรรมชาติสามารถจ่ายเป็นค่าชดเชยความเสียหายได้ ถือว่าทำแล้วได้สองต่อครับ ได้ทั้งบุญได้ทั้งเงิน แต่ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและยอมรับสภาพปัญหานะครับ เพียงเท่านี้ เราก็จะอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ได้อย่างผาสุขครับ
6 ความคิดเห็น:
ชื่นชมในตัวคุณหมอนะคะ ปัจจุบันนั้นคงมีน้อยมากมากคนที่มุ่งมั่นขนาดหมอ ขอให้หมอล็อตสู้ต่อไปนะคะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะรวมถึงคุณหมอทุกท่านด้วยค่ะ คือมีเรื่องอยากถามค่ะที่ดูรายการทีวีเห็นหมอกระพริบต่าถี่ๆบ่อยครั้งมากแพ้แสงหรือว่าอายคะอ่ะล้อเล้นค่ะ อยากให้รักษาสุขภาพมากมากค่ะ
การทำอะไรอย่างหนึ่งของคนคนเดียว
ส่งผลมากมายต่อหลายคน
สิ่งที่หมอทำ
ส่งผลมาก มาก ต่อคนมาก มาก
ทั้งปริมาณและคุณค่า
ขอบคุณมากนะคะพี่ล็อต :")
ได้ข่าวว่าช่วงนี้มาลาเรียกำลังระบาด ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
ขอให้คุณหมออย่าท้อแท้นะคะ
ขอเป็นกำลังใจช่วยคุณหมอค่ะ
ขอสมัครเป็นแฟนคลับคุณหมอด้วยคนนะคะ
ขอให้คุณหมอมุ่งมั่นทำหน้าที่และสิ่งที่ดีงามต่อไป..อย่าเพิ่งท้อนะคะ..ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอ สู้ ๆค่ะ
เคยคิดนะว่าวันนึงถ้าหมอเบื่อโลกนี้เมื่อไร คงจะไม่มีใครตามหาหมอเจอ เมื่อสงกรานต์ไปเที่ยวป่าละอูมา ก่อนถึงน้ำตกพบผลไม้กองเต็มข้างทางไปหมด เข้าใจว่ามีคนเอามาเลี้ยงสัตว์ ขอฝากถึงทุกท่านเวลาไปเที่ยวอย่าเมตตาสัตว์ผิดที่ เพราะมันจะเกิดผลกระทบไปทั่วเชื่อเราเถอะ ช้างป่าเดินผ่านหน้ารถมันไม่น่าตื่นเต้นหรอก ช้างป่านะไม่ใช่คิตตี้ที่เห็นแล้วจะได้วิ่งเข้าไปกอดได้
แสดงความคิดเห็น