วัวแดงกับการขยายพันธุ์ในพื้นที่ป่า


โดย...น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน,ไสว วังหงษา

สวัสดีครับ แบบนี้ผมมีเรื่องที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟ้ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการรักษาสัตว์ป่าที่บาดเจ็บแต่เป็นการรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดครับ สัตว์ป่าที่ผมจะกว่าวถึงก็คือ วัวแดง ซึ่งเป็นสัตว์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์หรือโลโก้ของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ซึ่งตอนนี้พบว่า ประชากรวัวแดงที่มีเหลืออยู่ในประเทศนั้นค่อนข้างน้อยและอาจมีปัญหาเรื่องของพันธุกรรม

ปัญหาพันธุกรรมของวัวแดงที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การผสมเลือดชิด(Inbreed) หมายถึงการผสมในครอบครัวเดียวกัน หรือในหมู่เครือญาติ เช่น พ่อพันธุ์สัตว์ผสมกับลูก ลูกผสมกับแม่ พี่ผสมกับน้อง หรือการผสมระหว่างสัตว์ที่เป็นญาติพี่น้องกัน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้สัตว์ในป่าต้องผสมเลือดชิดกันนั่นก็คือ

1. พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยลดน้อยลง (Habitat lost) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาในการลดจำนวนลงอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยถูกทำลายและการล่าเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ การที่สัตว์แต่ละชนิดจะสามารถอยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ได้อย่างสมบรูณ์จะต้องมีพื้นที่หากินพอสมควร ทั้งนี้พื้นที่หากินจะขึ้นกับขนาดของพื้นที่และความสมบรูณ์ของแหล่งน้ำแหล่งอาหารและปัจจัยสิ่งแวดล้อมทีสำคัญ

แม้ว่าจะมีความพยายามหามาตรการต่าง ๆ มาใช้ในการอนุรักษ์ แต่จำนวนสัตว์ป่าหลาย ๆ ชนิดยังคงลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง จนอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์คอขวด (Bottleneck effect) ทำให้ประชากรเพิ่มขั้นในลักษณะที่เรียกว่า เพิ่มขึ้นหลังคอขวด (post-bottleneck) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดภาวะเลือดชิดได้ง่าย

2. สภาพถิ่นอาศัยที่เป็นเกาะ ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับผืนป่าผืนอื่น (Habitat Fragmentation) นั้นคือสัตว์จะไม่สามารถเคลื่อนย้ายจากป่าหนึ่งไปผสมพันธุ์กับสัตว์ป่าอีกป่าหนึ่งได้ด้วยตัวมันเอง ยกตัวอย่างช้างป่าในธรรมชาติ เมื่อช้างป่าเพศผู้ย่างเข้าสู่วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะเริ่มแยกตัวออกมาจากโขลงช้างจะผสมพันธุ์กับสายเลือดต่างโขลง ไม่ยอมผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกันและในหมู่พี่น้องเดียวกัน จึงทำให้สายเลือดของป่ายังคงแข็งแรงเสมอ แต่ก็มีบ้างครั้งที่ช้างซึ่งถูกจำกัดพื้นที่ ไม่สามารถติดต่อหรือเข้าผสมพันธุ์กับช้างโขลงอื่นได้ ก็จะเกิดการผสมกันเองในโขลงหรือครอบครัวเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


วัวแดงเพศผู้ที่มีอายุมากจะมีเขาสีดำ
มีวงเขากว้าง แต่ลักษณะไม่สวยงามเท่าเขากระทิง
วัวแดงจึงไม่ตกเป็นเป้าการล่าเพื่อเอาเขา เว้นแต่การล่าเพื่อเอาเนื้อ



ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากากรผสมเลือดชิด

การผสมเลือดชิดจะส่งผลต่อรูปร่างและโครงสร้างของร่างกายที่ผิดปกติ กรณีสัตว์เผือก เช่น เสือขาว เม็ดสีที่ตามีน้อย กันแสงไม่ได้ สีขนที่เคยซ่อนพรางไปกับสภาพแวดล้อมในสัตว์บางประเภท หาเปลี่ยนเป็นสีขาวเด่นชัด มันย่อมเป็นเป้าที่มองเห็นได้ชัดเจน สำหรับสัตว์ที่เป็นเหยื่อของสัตว์อื่น เช่น เก้งเผือก กวางเผือก มันย่อมจะถูกล่าได้ง่ายกว่าเดิม เพราะการซ่อนพรางสีขาวเอาไว้คงเป้ฯเรื่องยากมากต่อการหลบหนีสัตว์ผู้ล่า หรือในกรณีที่สัตว์ที่มีไตข้างเดียว ไม่มีรูทวาร หรือปากแหว่งเพดานโหว่ ก็เป็นผลพวงจากการผสมเลือดชิด

เมื่อทราบข้อกังวลถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว เราก็มาดูในพื้นที่เราบ้างละ วัวแดงจัดเป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ สาเหตุหลักของการลดลงอย่างรวดเร็วของประชากรวัวแดงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยเป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือ การบุกรุกพื้นที่อยู่อาศัยและหากินของวัวแดง ตลอดจนการลักลอบล่าวัวแดงเพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหาร และเขาที่สวยงามมาประดับตามอาคารบ้านเรือน ด้วยเหตุนี้หากยังคงปล่อยให้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป เชื่อแน่ว่าในอนาคตอันใกล้ ประชากรวัวแดงของประเทศไทย หรือในระดับโลกคงลดลงจำนวนลงจนถึงภาวะสูญพันธุ์ในที่สุด

ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหามาตรการในการอนุรักษ์ประชากรวัวแดงในสภาพธรรมชาติไว้ให้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนประชากรวัวแดงให้มากขึ้นวิธีการหนึ่งคือการเพิ่มประชากรวัวแดงในถิ่นกำเนิด (in-situ) และนอกถิ่นกำเนิด(ex-situ) ทั้งนี้เนื่องจากสามารถจัดการและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ ทำให้สามารถเพิ่มประชากรวัวแดงได้อย่างรวดเร็ว และป้องกันการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดได้

โจทย์ของเราก็คือจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มจำนวนวัวแดงในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และสร้างวามแข็งแรงทางด้านพันธุกรรมของวัวแดงขึ้นมาได้

วัวแดง(Bos javanicus) จัดอยู่ในอยู่ในอันดับสัตว์กีบคู่ (Order Artiodactyla) วงศ์มหิงสา (Family Bovidae) วัวแดงมีลักษณะคล้ายวัวบ้าน (Bos tarus) และคล้ายกับวัวเลี้ยงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก ลูกวัวแดงที่เกิดใหม่มีสีน้ำตาลเหลือง ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลแดงเพศผู้ที่มีอายุมาก ๆ มีการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ ลักษณะที่แตกต่างจากวัวบ้าน หรือกระทิง คือ ที่วงก้นมีสีขาวทังเพศผู้และเพศเมีย สีเส้นสีขาวราอบจมูก ตา และรอบปาก มีแถบสีดำกลางหลังชัดเจนจากไหล่ จนถึงโคนหาง ระหว่างโคนเขาของเพศผู้ไม่มีขน แต่มีหนังตกกระแข็ง เรียกว่ากระบังหน้า ส่วนเพศเมียมีขนที่โคนเขา ที่เท้าทั้งสีจากปลายเท้าจนถึงเข่ามีสีขาวลักษณะเหมือนสวมถุงเท้าคล้ายกระทิง เขาของวัวแดงไม่มีการผลัดเขา และไม่มีการแกกิ่ง มีเขาทั้ง 2 เพศ เขาของเพศเมียจะเล็กกว่าเพศผู้


ฝูงวัวแดงลงกินดินโป่ง

การศึกษาเรื่องที่อยู่อาศัยของวัวแดง มีการศึกษาค่อนข้างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการศึกษากับกลุ่มประชากรในธรรมชาติ เช่น การศึกษาสถานภาพของวัวแดงในชวา และบาหลี และการใช้วิทยุส่งสัญญาณติดวัวแดง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งจากการศึกษาครั้งล่าสุด พ.ศ.2537-2538 พบว่าวัวแดงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งใช้พื้นที่ประมาณ 327 เฮกตาร์(52.32 ไร่) ในช่วงฤดูฝน และ 237 เฮกตาร์(37.92 ไร่) ในช่วงฤดูแล้ง มักเลือกพื้นที่ราบหรือเป็นเนินเล็กน้อย ในป่าเบญจพรรณ ส่วนพื้นที่อาศัยของวัวแดงในคอกเลี้ยงที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียน ก่อนการปล่อยเมื่อปี พ.ศ.2530 มี 2 ขนาด คือ คอกเลี้ยงขนาด 4 ไร่ กับ 2000 ไร่ หลังจากการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติยังไม่มีการศึกษาขนาดพื้นที่อาศัยที่แน่นอน

ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง วัวแดงเลือกกินอาหารมากกว่า 200 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นใบไม้ หญ้า พืชล้มลุก ไผ่ และเปลือกไม้ ตามลำดับ ในคอกเลี้ยงก่อนการปล่อยวัวแดงจะได้รับอาหารสำเร็จรูป หญ้า กล้วย มันเทศ และพืชที่ขึ้นอยู่ในกรมเลี้ยง นอกจากนี้มีการให้ก้อนเกลือแร่เป็นอาหารเสริม ภายหลังการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติยังไม่มีการศึกษาชนิด และคุณภาพของอาหารที่วัวแดงเลือกใช้


เนื่องจากการล่าในอดีตที่รุนแรง
การให้ลูกอยู่ตรงกลางเป็นพฤติกรรมการระวังที่ยังคงพบเห็นได้บ่อยครั้ง

วัวแดงแดงสืบพันธุ์ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ปกติออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 9.5-10 เดือน เพศเมียสามารถสืบพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณ 2 ปี แต่เพศผู้ต้องมีอายุมากกว่านี้เล็กน้อย หลังคลอดลูก 6-8 เดือน เพศเมียจะพร้อมผสมอีกครั้งวัวแดงสามารถมีลูกได้ทุกปี อายุยืนประมาณ 20-25 ปี

วัวแดงกับวัวบ้านที่เลี้ยงอยู่ทั่วไปมีจำนวนโครโมโซมเท่ากัน และสามารถผสมพันธุ์กันได้ เช่น ในอินโดนีเซียมีการผสมข้ามพันธุ์มากว่า 1500 ปี ทำให้ลูกผสมที่ได้มีเนื้อที่มีคุณภาพดีกว่า ไขมันต่ำอัตราการแลกเนื้อสูงกว่า สามารถเลี้ยงในพื้นที่ที่พืชอาหารมีคุณภาพต่ำได้ดี ทนต่อสภาพพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งและอากาศร้อนได้ดี นอกจากนี้ยังมีความฉลาดสามารถฝึกเพื่อใช้แรงงานได้ดี และยังทนทานต่อโรคระบาดได้ดีอีกด้วย

จากปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการลักลอบล่าสัตว์ ตลอดจนการเปลี่ยนพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่าไปเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม รวมไปถึงอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนขนาดใหญ่ ส่งผลให้สัตว์ป่าหลายชนิดไม่มีพื้นที่อยู่อาศัย หรือถูกล่าจนหมดไปจากพื้นที่ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของสัตว์ ป่าชนิดนั้น ๆ เช่นเดียวกับวัวแดง และกระทิง ก็เป็นสัตว์ป่าอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจนทำให้ปัจจุบันมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ทั้งในระดับนานาชาติ และระดับชาติ ตามการจัดของIUNC และสำนักงานส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันวัวแดงมีการกราจายอยู่ในประเทศพม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ซาบาห์ กาลิมันตัน ชวา และบาหลี

ดังนั้นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์ประชากรวัวแดงได้คือ การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์วัวแดงเพื่อการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในอดีตการปล่อยสัตว์ป่ามักกระทำโดยขาดความรู้พื้นฐานทางวิชาการ การปล่อยแต่ละครั้งมักไม่คำนึงถึงชนิดของสัตว์ป่าที่ปล่อย สถานที่ที่จะปล่อยว่าเหมาะสมต่อสัตว์ป่าชนิดนั้น ๆ หรือไม่ การดำเนินการปล่อยแต่ละครั้งมักอาศัยวันสำคัญ หรือเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญ ซึ่งพบว่าหลายครั้งที่สัตว์ป่าที่ปล่อยไปไม่สามารถหาอาหารกินเองได้และต้องตายภายหลังการปล่อย แต่ก็มีหลายกรณีที่สัตว์ป่าประสบความสำเร็จในการปรับตัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ทำการปล่อยได้ ดังเช่น กรณีการปล่อยเนื้อทรายที่สูญพันธุ์ไปจากถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ แต่ได้รับการเพราะเลี้ยงและปล่อยคืนสู่ธรราชาติบริเวณทุ่งกระมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และกรณีของวัวแดง ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จในการเพราะเลี้ยงและขยายพันธุ์วัวแดงของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่สามารถเพาะวัวแดงได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้ดำเนินการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 13 ตัว โดยวัวแดงกลุ่มดังกว่าวได้เข้าไปใช้พื้นที่บริเวณป่าอนุรักษ์ทางด้านทิสตะวันออกของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว หลังจากปล่อยได้มีการเฝ้าติดตามประชากรกลุ่มดังกว่าวเป็ระยะ แต่ยังไม่เคยประเมินสถานภาพ จำนวนประชากร การเลือกใช้ถิ่นที่อยู่อาศัย และขนาดพื้นที่หากิน และการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์แน่นนอนภายหลังการปล่อย

ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานภาพการกระจายการเลือกใช้สภาพถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ขนาดพื้นที่หากินในรอบวัน รอบเดือน และรอบปี ความสามารถในการสืบต่อพันธุ์ กิจกรรมในรอบวัน ตลอดจนปัจจัยคุกคามต่อสถานภาพภายหลังการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อเป็นแนวทางวางแผนและจัดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์วัวแดง และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่นเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติในอนาคต ให้มีวิธีการและแบบแผนที่แน่นอนและถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อลดปัญหาการตายหลังการปล่อยและเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ของประเทศต่อไป ที่ผ่านมาองค์การสวนสัตว์ โดยสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้เคยดำเนินโครงการวิจัยวัวป่าร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองผสมเทียม กรมปศุสัตว์ของไทยและสถาบัน-สมิธโซเนียน ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 ด้วยทุนจาก USAID - Washington แต่เนื่อง และได้สิ้นสุดลงเนื่องจากเงื่อนไขของเวลาและสภาพทางการเมืองของประเทศ

การดำเนินงานเชิงอนุรักษ์นี้ยังประสบปัญหาเกี่ยวกับเลือดชิด และจำนวนสัตว์ตัวอย่างที่องค์การสวนสัตว์มีอยู่เช่น วัวแดงแม้จะมีตัวผู้ 12 ตัว และตัวเมีย 5 ตัว แต่ก็มีปัญหาเรื่องสายพันธุ์และการขยายพันธุ์แบบเลือดชิดมาแต่อดีต

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเพิ่มแหล่งของพันธุกรรมและการขยายพันธุ์วัวแดงต้นพันธุ์ (Founders) เพื่อเพิ่มตัวเลือกของการถ่ายทอดลักษณะเด่นของพันธุกรรม และเป็นการเก็บรักษาแหล่งพันธุกรรมวัวแดงด้วยเทคโนโลยีชีวภาพต่อไปในอนาคต การได้มาซึ่งต้นพันธุ์ จำเป็นต้องนำวัวแดงจากพื้นที่ธรรมชาติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เช่น พื้นที่ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นต้น เมื่อได้เพาะขยายพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnological Breeding) และได้ผลผลิตลูกวัวป่าที่มีการจัดยีน (Genetic Management) เป็นอย่างดีแล้ว จำเป็นต้องทำแผนงานการนำสัตว์กลับสู่ธรรมชาติร่วมกันกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสถาบันการศึกษาอื่นต่อไป

ส่วนที่เล่ามาทั้งหมดนั้นเป็นที่มาของโครงการขยายพันธุ์วัวแดง ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด โดยมี มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นองค์กรที่คิดริเริ่มดำเนินการวิจัยการขยายพันธุ์วัวแดงเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิฯได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมทั้งได้มีการติดต่อประสานงานกับบุคลากรที่มีความเชียวชาญด้านปศุสัตว์จากมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศ และองค์กรที่สนใตงานด้านการขยายพันธุ์สัตว์ในกลุ่มวัวป่า นอกจากนี้มูลนิธิฯยังได้สนับสนุนให้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานการเพาะและขยายพันธุ์สัตว์ตระกูลกวางที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อศึกษาเทคนิควิธีการและสภาพปัญหาด้านการเพาะและขยายพันธุ์สัตว์ป่า หลังจากนั้นได้มีการบินสำรวจพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อเลือกพื้นที่ดำเนินการเพาะและขยายพันธุ์วัวแดง บริเวณแอ่งพื้นที่ราบทางตอนบนของเขาตะกรุบซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับแหล่งวัวแดงที่สำคัญของฝูงที่อยู่ด้านบนของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยในเบื้องต้นจได้ดำเนินการจัดวางภูมิทัศน์ให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์เป็นประเด็นหลัก เนื่องจากพื้นที่ที่เลือกนี้เป็นพื้นที่ราบที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทิวเขา มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ หลังจากนั้นจะคัดเลือกวัวแดงลักษณะดีเข้าสู่ระบบการเพาะและขยายพันธุ์ต่อไป ในขณะเดียวกันการปรับปรุงสายพันธุ์ประชากรที่อยู่ในป่า โดยอาศัยเทคโนโลยีด้านการปศุสัตว์ก็จะดำเนินการควบคู่ไปด้วยเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมของวัวแดงในพื้นที่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านการผสมเลือดชิด เนื่องจากมีประชากรเริ่มต้นเพียง 7 - 10 ตัว แต่ในปัจจุบันประชากรกลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 30 ตัว

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย มีดังนี้
1. เพื่อนำยีนของวัวป่าจากถิ่นอาศัยมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Sustainable Utilization)
2. เพื่อป้องกันปัญหาการขยายพันธุ์วัวป่านอกและในถิ่นอาศัยแบบเลือดชิด
3. เพื่อดำเนินการขยายพันธุ์วัวป่าของไทยด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
4. เพื่อส่งเสริมงานธนาคารทรัพยากรหน่วยพันธุกรรม (Genome Resource Banking-GRB) ของวัวป่าไทยและสัตว์ป่าของชาติ
5. เพื่อพัฒนาเทคนิคการจับบังคับวัวป่าและขนย้ายวัวป่าไทย เพื่ออาจมีประโยชน์ในการย้ายถิ่น (Wildlife Translocation) ในอนาคต
6. เพื่อพัฒนาเทคนิคและเป็นโครงการนำร่องการขยายพันธุ์สัตว์ป่าด้วยเทคโนโลยีชีวภาพต่อไป

วิธีดำเนินการ
1.การสำรวจพื้นที่และสัตว์ป่าโดยการเข้าไปศึกษาในพื้นที่จริงเพื่อหาข้อมูลด้านสภาพป่าเพื่อใช้ในการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการจับสัตว์
2.การเลือกสัตว์เป้าหมายโดยพิจารณาในเรื่องของอายุ เพศ และประชากรในฝูง
3.จัดเตรียมทีมงานที่มีความสามารถในการติดตามฝูงสัตว์ดำเนินการติดตามหรือเฝ้าสังเกตุในพื้นที่ที่ได้เลือกไว้ เพื่อหาเวลาและตำแหน่งที่เหมาะสม
4.จัดเตรียมทีมงานและอุปกรณ์ที่จะปฏิบัติการจับสัตว์ ได้แก่ นายสัตวแพทย์ ผู้ช่วยปฎิบัติงาน คนงานชั่วคราว
5. การเข้าถึงมี 2 วิธีได้แก่
5.1 การติดตามฝูงสัตว์จนได้ตำแหน่งที่เหมาะสมจึงยิงยาสลบ
5.2 การดักซุ่มรอในเส้นทางเดินที่สัตว์ผ่านประจำ เพื่อดักยิงยาสลบและเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ได้ง่าย วิธีหลังนี้จะมีความสะดวกในการเตรียมอุปกรณ์และการเคลื่อนย้ายสัตว์มากกว่า
6. ขนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่เข้าไปอนุบาลเลี้ยงในส่วนงานวิจัยที่มิได้เปิดให้แก่ประชาชนชมในพื้นที่ป่าแอ่งที่ราบเขาตะกรุบ หรือที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชลบุรี
7. การตรวจสุขภาพและการศึกษาวิจัยด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องได้แก่ การศึกษาด้านโรคของวัวป่าการศึกษาทางด้านพฤติกรรมและความสมบูรณ์พันธุ์ การศึกษาด้านโภชนาการ เป็นต้น
8. ทำการศึกษาทางเทคโนโลยีชีวภาพการขยายพันธ์
8.1 การศึกษาวงรอบการเป็นสัด (Estrus Cycle)
8.2 การกระตุ้นการเป็นสัดโดยใช้ฮอร์โมนและสารเคมีในกรณีที่ต้องการทำการกระตุ้นการตกไข่จำนวนมาก (Superovulation) เพื่อการผสมเทียมและการเก็บตัวอ่อน
8.3 การผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อแช่แข็งวัวป่าของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว
8.4 การเก็บตัวอ่อน (Embryo) การเก็บรักษาด้วยการแช่แข็ง (Embryo Cryopreservation) ตลอดจนการฝากถ่ายตัวอ่อน (Embryo Transfer-ET)
8.5 ในกรณีที่มีตัวอย่างสัตว์มากพอจะทำการจับคู่ขยายพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับจำนวน อายุ เพศ และขนาดของพ่อ-แม่พันธุ์
8.6 การเพาะเลี้ยงและเก็บเซลล์ (Somatic Cell Culture and Cryopreservation)
9. การวิเคราะห์คุณภาพของหน่วยพันธุกรรมที่ดำเนินการ
10. การประเมินสถานภาพ และการวางแผนการอนุรักษ์ในระยะยาว นำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาประเมินความสามารถในการเพิ่มประชากร สถานภาพในอนาคตของวัวป่าไทย เพื่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.เป็นการนำยีนส์ของวัวป่าจากถิ่นอาศัยมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Sustainable Utilization)
2.เป็นการป้องกันปัญหาการขยายพันธุ์วัวป่าในถิ่นอาศัยละนอกถิ่นอาศัยแบบเลือดชิดของพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด3.ดำเนินการขยายพันธุ์วัวป่าของไทยด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
4.ส่งเสริมงานธนาคารทรัพยากรหน่วยพันธุกรรม (Genome Resource Banking-GRB) ของวัวป่าไทยและสัตว์ป่าของชาติ
5.พัฒนาเทคนิคการจับบังคับวัวป่าและขนย้ายวัวป่าไทยเพื่อประโยชน์ในการย้ายถิ่น(WildlifeTranslocation) ในอนาคต
6. พัฒนาเทคนิคและเป็นโครงการนำร่องการขยายพันธุ์สัตว์ป่าด้วยเทคโนโลยีชีวภาพต่อไป สามารถนำผลการดำเนินการตามโครงการนี้ ไปเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ชื่อหน่วยงานสนับสนุนโครงการ :- มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
ชื่อหน่วยงานที่ทำการวิจัย :-
1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
2. กรมปศุสัตว์
3. องค์การสวนสัตว์
4. คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
5. คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1 ความคิดเห็น:

Patt^A^NaN กล่าวว่า...

สงสัยอยู่หน่อยตรงที่ ถ้าเราเอาวัวแดงผสมกับวัวพันธุ์ที่เลี้ยงอยู่
แบบนี้มันไม่ทำให้กลายพันธุ์เหรอคะ
แล้วก็รู้สึกว่าการผสมพันธุ์ในสายเลือดใกล้ชิดเนี่ย
ทำให้มีปัญหากับรุ่นลูกรุ่นหลานจริง ๆ เลยเนอะ
จะคนหรือจะสัตว์ก็เหมือนกัน
แต่สงสัยตามมาอีกว่าทำไมอียิปต์โบราณ เขาถึงให้พี่น้องแต่งงานกัน